พัฒนาสมองและความจำด้วยการฟังเพลง

พัฒนาสมองด้วยเพลง

การฟังดนตรีใช่ว่าจะให้ความผ่อนคลาย สนุกสนานและเพลิดเพลินได้อย่างเดียว แต่การฟังเพลงยังช่วยพัฒนาสมองและความจำของคุณได้ด้วย เพราะเมื่อคุณได้ยินเสียงเพลง สมองทุกส่วนจะตื่นตัวและเริ่มทำงาน โดยเริ่มจากสมองส่วน temporal lobe จะผสมผสานระดับเสียง ทำนอง และจังหวะเข้าด้วยกัน แล้วสมองซีกซ้ายจะทำการวิเคราะห์ข้อมูลและเนื้อหาที่อยู่ในบทเพลง จากนั้นสมองส่วน limbic brain ที่มีหน้าที่สร้างอารมณ์และความรู้สึก จะนำเอาทำนองและเนื้อหาเพลงมาสร้างสรรค์เป็นจินตนาการต่อไป จึงทำงานสมองของเราตื่นตัวตลอดเวลา พร้อมที่จะรับข้อมูลต่าง ๆที่จะเข้ามาได้ดี

ข้อดีของการฟังเพลง

  1. ฟังเพลงเพื่อสมอง
  2. การฟังเพลงจะช่วยให้การทำงานของสมองโดยเฉพาะในส่วนที่เชื่อมโยงกับหน่วยความจำ ความรู้ความเข้าใจ ความคิดสร้างสรรค์ และการแก้ปัญหาทำงานได้ดีกว่าปกติ
  3. ฟังเพลงเพื่อความสุข
  4. การฟังเพลงแบบที่ชอบจะช่วยให้ร่างกายหลั่งสารแห่งความสุขอย่างโดพามีนออกมา โดยเฉพาะการฟังเพลงแจ๊สจะช่วยเพิ่มการหลั่งสารเอ็นดอร์ฟินและสารอิมมูโนโกลบูลิน 
  5. ฟังเพลงเพื่อไกลโรค
  6. นักวิทยาศาสตร์กล่าวว่า การฟังดนตรีออร์เคสตราจะช่วยให้ผู้ที่มีภาวะสมองเสื่อมมีความมั่นใจในตนเองและอารมณ์ดีขึ้น 
  7. ส่วนการฟังเพลงคลาสสิค จะช่วยให้อัตราการเต้นของหัวใจและชีพจรช้าลง ช่วยลดความดันโลหิต และลดฮอร์โมนความเครียดได้ด้วย
  8. ฟังเพลงเพื่อสร้างสติและสมาธิ
  9. การฟังเพลงจบจนจะช่วยดึงดูดสมาธิให้เราจดจ่ออยู่กับดนตรี และทำนอง ไม่วอกแวก

เพลงแบบไหนที่ดีต่อสมอง?

  1. เพลงของ Mozart อย่าง Sonata for Two Pianos in D Major K448

ดนตรีคลาสสิกเมื่อมีการฟังอย่างต่อเนื่อง จะช่วยให้เรามีเชาว์ปัญญาที่มากขึ้น และจินตนาการถูกพัฒนาไปในทางที่ดี โดยเฉพาะดนตรีในเพลงของ Mozart สามารถเปิดการใช้งานวงจรระหว่างเยื่อหุ้มสมองและเส้นประสาท (วงจรของเซลล์ประสาทในสมอง) ที่เกี่ยวข้องระบบความคิด ความเข้าใจ และการแก้ไขปัญหาให้ทำงานได้ดีขึ้น และช่วยทำให้มีสมาธิมากขึ้น

  • ดนตรีจากเปียโน

คลื่นเสียงเป็นระเบียบอย่างเปียโน เมื่อสมองส่วนรับรู้เกิดการรับ ส่ง และเชื่อมโยง เซลล์สมองจะแตกตัวมากขึ้น กระตุ้นสมองเปิดรับสิ่งต่าง ๆ ได้ดีขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยสร้างความรู้สึกผ่อนคลายด้วย

การฟังเพลงจึงเปรียบเป็นยาบำรุงสมอง และยาคลายเครียดชั้นดี หากคุณอยากผ่อนคลายจากความเครียดในเรื่องต่าง ๆ หรือเด็กวัยเรียนกำลังอ่านหนังสือสอบ ก็ลองเปิดเพลงเบา ๆ คลอไปด้วย เชื่อได้ว่าคุณจะต้องรู้สึกดีขึ้น และจำเรื่องราวต่าง ๆ ที่อ่านได้ดีขึ้นอย่างแน่นนอน

ประโยชน์ของดนตรีต่อพัฒนาการของเด็ก

ประโยชน์ของดนตรี

“ชนใดไม่มีดนตรีกาล ในสันดานเป็นคนชอบกลนัก” ประโยคที่คงคุ้นหูสำหรับใครหลายๆ คน แต่จะมีสักกี่คนที่สนใจและเข้าใจอย่างแท้จริงว่าดนตรีมีประโยชน์ต่อเราอย่างไร แท้จริงแล้วดนตรีนั้น สามารถช่วยกระตุ้นและพัฒนาสมองของเราให้ดีมากยิ่งขึ้น ดนตรีจะมีส่วนช่วยทำให้อารมณ์ของผู้ฟังเปลี่ยนแปลงไป เพราะดนตรีสามารถเปลี่ยนแปลงสารเคมีในสมองและร่างกาย ที่ส่งผลกระทบต่อการส่งข้อมูลที่อยู่ในรูปของไฟฟ้าเคมี ผ่านระบบประสาท ซึ่งดนตรีบางประเภทสามารถเตรียมสมองให้พร้อมสำหรับการทำงานได้ในระดับหนึ่ง โดยเฉพาะในเด็ก ที่ดนตรีมีผลโดยตรงต่อพัฒนาการทางสมอง อารมณ์ ร่างกาย และจิตใจ ดังนี้

  1. พัฒนาการทางด้านสมอง ดนตรีจะช่วยให้เด็กๆ รู้สึกผ่อนคลาย โดยร่างกายจะหลั่งสารที่สามารถกระตุ้นให้สมองทำงานได้อย่างเต็มที่ ดังนั้นจึงทำให้เด็กๆ ที่ฟังดนตรี มีพัฒนาการทางด้านสมองที่ไวกว่า
  2. พัฒนาการทางด้านร่างกาย ดนตรีมีจังหวะที่ค่อนข้างหลากหลาย จะช่วยกระตุ้นให้เด็กๆ ขยับร่างกายให้เป็นไปตามจังหวะของดนตรี เสมือนการออกกำลังกายแบบที่เด็กๆ สนุกสนานไปพร้อมกับได้พัฒนากล้ามเนื้อให้มีความแข้งแรงมากยิ่งขึ้น
  3. พัฒนาการทางด้านจิตใจ โดยเสียงของดนตรีจะช่วยให้จิตใจของผู้ฟังมีความอ่อนโยน สงบนิ่ง ไม่ฟุ้งซ่าน พร้อมทั้งยังช่วยเรื่องของการพัฒนาด้านอารมณ์ เพราะดนตรีจะช่วยกล่อมเกลาจิตใจ และทำให้ผู้ฟังรู้สึกผ่อนคลาย สงบ โดยเฉพาะเด็กเล็กที่ทำให้เป็นคนอารมณ์เย็น  สอนง่าน ไม่เจ้าอารมณ์
  4. พัฒนาการทางด้านภาษา ในแต่ลพบทเพลง จะมีการขัดเกลาภาษาที่คล้องจอง สละสลวย เพื่อให้บทเพลงมีความไพเราะ ซึ่งอาจประกอบไปด้วยบทประพันธ์ คำพูดต่างๆ ที่จะทำให้เด็กๆ จดจำ และเรียนรู้ภาษาได้รวดเร็วมากยิ่งขึ้น
  5. พัฒนาการทางด้านจินตนาการ ทั้งภาษา ทั้งจังหวะดนตรี ที่ประกอบกันนั้น สามารถสร้างเสริมความคิดสร้างสรรค์ ให้กับเด็กๆ อีกด้วย
  6. พัฒนาการทางด้านสังคม ดนตรีทำให้เด็กๆ มีพัฒนาการทางสังคม มีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมต่างๆ กับผู้อื่น เช่น ได้แลกเปลี่ยนความรู้ที่ได้จากบทเพลง การร้องเพลง การเคลื่อนไหวประกอบจังหวะเพลงร่วมกับเพื่อนๆ หรือในหมู่ญาติพี่น้อง

จะเห็นได้ว่า ดนตรี เป็นสิ่งที่ช่วยพัฒนาสมองให้กับเด็กๆ ได้เป้นอย่างดี เป็นสื่อที่สามารถหาได้ง่ายๆ และใกล้ตัว ไม่ใช่เพียงแค่เด็กที่ได้พัฒนาการจากดนตรี แต่ผู้ใหญ่ก็สามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองจากดนตรีได้เช่นกัน ลองสังเกตเพื่อน หรือคนรอบข้างของตัวเราว่ามีคนไหน ที่ต้องอาศัยการฟังเพลงก่อนทำงานทุกครั้งหรือไม่ บางคนสร้างสมาธิด้วยการรับฟังดนตรีบรรเลงที่ทำให้สภาพจิตใจสงบนิ่ง แล้วค่อยเริ่มทำงาน ส่งผลให้การทำงานของเราเรียบร้อยและราบรื่นมากยิ่งขึ้นจะเห็นได้ว่าดนตรีไม่เพียงแต่ให้ความบันเทิงเท่านั้น ดนตรียังให้ความรู้ และพัฒนาการอย่างมากมายอีกด้วย